fbpx

เล่า เรื่อง เรียน

เปลี่ยนความเฉื่อยชาในห้องเรียน

จาก “สวนสัตว์” สู่ “ป่า” เปลี่ยนความ“เฉื่อยชา” เป็น“ชีวิตชีวา”ในห้องเรียน    เคยมีคนกล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาจากการลองผิดลองถูกของตัวเองและสมาชิกในสังคม มนุษย์เรียนรู้จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งในชีวิตจริงและชีวิตสมมุติ เราเรียนรู้บทเรียนจาก“ครู” หลายคน ตั้งแต่สมาชิกในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงตัวละครในนิยาย  เราติดตามตัวเอกในหนังราวกับเป็นชีวิตของตัวเอง เราลุ้นว่า“ตัวแทน” ของเราจะจัดการกับเงื่อนไขต่างๆ จนนำไปสู่จุดคลี่คลายอย่างไร เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับตัวละครว่า อะไรทำแล้ว“เวิร์ก” อะไรทำแล้ว“ไม่เวิร์ก”ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการนั่งเรียนในห้อง เพียงแต่ขนาดใหญ่กว่าปกติก็เท่านั้นเอง  ดังนั้นคงไม่เกินเลยนักหากจะกล่าวว่าคือ เราทุกคนคือนักเรียนโดยธรรมชาติ พอพูดถึงนักเรียน หลายคนคงคิดถึงห้องเรียน ซึ่งเป็นธรรมดาที่มีทั้งเด็กที่“สนใจเรียน”และ“ไม่สนใจเรียน” กลุ่มหนึ่งดูตื่นเต้นเอาเป็นเอาตายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้อง ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมานั่งในห้องเพียงเพราะเป็นหน้าที่ในชีวิตประจำวันที่ต้องทำให้เสร็จ กลุ่มหนึ่งกระหายและมีชีวิตชีวาราวสัตว์ป่า กลุ่มหนึ่งเชื่องเฉื่อย ไร้ชีวิต คล้ายสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์มานาน ฉะนั้นการที่บางคนสนใจเรียน ขณะที่บางคนไม่สนใจ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า“เขาไม่สนใจเรียน” แต่เขาเหล่านั้น“ถูกทำให้เชื่องต่างหาก”  คำถามต่อมาคือ อะไรและใครทำให้นักเรียนเหล่านั้นเชื่อง? . แต่ก่อนจะไปสู่คำถามนั้น ผมอยากชวนพวกเรามาทำความรู้จักกับ“ความเชื่อง”ก่อน เมื่อพูดถึง“ความเชื่อง”เคยตั้งข้อสังเกตกันไหมครับ หลายครั้งเราเผลอทำเรื่องเดิม ด้วยวิธีการเดิม และพบข้อผิดพลาดเหมือนเดิม  เราพลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้บทเรียนใหม่จากเรื่องเก่า เพราะความคุ้นชินนั้นแสนสบายกว่าการปรับตัวเป็นไหนๆ เราจึงเลือกที่จะอยู่เชื่องๆ ไม่ถือสาหาความกับชีวิต หรือคอยตั้งคำถามให้สมองต้องรกรุงรัง … เขาว่าให้ฟังครู จำข้อมูลเข้าห้องสอบให้ได้มากที่สุด สอบเสร็จค่อยทิ้ง […]

“ครูด้า” ครูผู้ใช้ “ใจ” บริหารคน

เราเคยลองตั้งคำถามกันเล่นๆ ไหมว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่ใช่ความใฝ่ฝันและความรักมาตั้งแต่ต้น เราจะทุ่มเทและทำสิ่งนั้นได้ดีจริงหรือไม่? นี่คือคำถามหนึ่งที่เรามีต่อ “อาจารย์ด้า”  อ.วิชชุตา มาชู สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ  คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  อาจารย์ด้าไม่ได้มีความฝันในการเป็นครูและไม่ได้รู้สึกหลงใหลในอาชีพนี้ตั้งแต่แรก    ไม่เคยรู้จักบทบาทของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอสามารถทำหน้าที่นี้ได้ดีมาตลอด 15 ปี? คำตอบที่ทำให้เราเข้าใจได้กระจ่างที่สุด มาจากข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดในจดหมายที่อาจารย์ด้าเขียนถึงตัวเองฉบับนี้ “การได้รับโอกาสเป็นผู้ช่วยสอน การได้เห็นว่าพื้นที่การเรียนรู้ในชั้นเรียนคือพื้นที่แห่งความสุข  การได้เริ่มเรียนรู้ว่า “ครู” มีผลต่อการเติบโตของคนคนหนึ่งมากมาย     การได้สัมผัสถึงคุณค่าของการให้  และการสร้างประโยชน์ให้สังคม นั่นคือ จุดเริ่มต้นและเข็มทิศนำทางในวิชาชีพครู” อาจารย์ด้าเขียนจดหมายอย่างใคร่ครวญและย้อนนึกถึงวันดีๆ ที่ได้เห็นคุณค่าของการให้ และมุ่งมั่นสร้างประโยชน์เพื่อส่งต่อไปยังศิษย์ทุกคน  บนเส้นทางวิชาชีพครู  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมอาจารย์ด้า จึงดำรงอยู่บนวิถีนี้ได้ยาวนานถึง 15 ปี โดยไม่ย่อท้อ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน   หน้าที่ การงาน และความคาดหวังกับพลังของครูกล้าสอน เรานั่งย้อนรำลึกไปถึงวันวานที่ “อาจารย์ด้า” เรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนของมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ แน่นอนว่าหลังจากที่เรียนจบกลับมารับตำแหน่งอาจารย์ อาจารย์ด้า ยอมรับตามตรงกับเราว่า มหาวิทยาลัยคาดหวังในตัวอาจารย์มากทั้งด้านงานสอนและงานวิจัย  อีกทั้งบทบาทการบริหารหลักสูตร ในฐานะหัวหน้าสาขาวิชา ซึ่งต้องทำงานภายใต้นโยบายที่ไม่แน่นอน ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเพื่อรับมือกับการลดลงของนักศึกษาที่เข้าเรียนต่อในสถาบัน ประกอบกับรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กยุคนี้ที่เปลี่ยนไป […]

“ครูต้น” ครูผู้เข้าใจ “คน”

ปีที่ 3 แล้ว กับ “การคืนครูกล้าสู่ห้องเรียน” ภายใต้ความเชื่อมั่นและศรัทธา มาตลอดว่า กระบวนการเรียนรู้ที่ดีเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์  ระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และวิชาที่เรียน บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ปีนี้เราปลุกปั้น “ครูกล้าสอน” ร่วมหลายสิบชีวิต เพื่อหวังให้ครูเหล่านี้ เข้าใจความเป็นมนุษย์ในตัวเองและผู้เรียน พร้อมกับกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงห้องเรียนของตัวเอง การเดินทางของ “ครูกล้าสอน” รุ่น 3 ณ วันนี้ เราเริ่มเห็นจุดหมายปลายทางอยู่ไม่ไกลพร้อมๆ กับการได้เห็นพัฒนาการของ “ครูกล้าสอน” แต่ละท่านดูสดใสและเปิดรับกับสิ่งต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะความเห็นต่างในห้องเรียนของตัวเอง เราสนทนากับครูต้น อ.ภวินท์ ธัญภัทรานนท์ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์   วิทยาเขตกำแพงแสน ริมชายหาด ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง กับการเปิดประเด็นย้อนไปเมื่อ 6 ปีที่แล้วถึงจุดเริ่มต้นของการมาทำอาชีพครู ครูต้นใฝ่ฝันอยากเป็นครูมาตั้งแต่แรก และก็ได้มาทำงานในวิชาชีพนี้สมใจปรารถนา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ วิชาชีพครูเดินทางมาเกือบ 6 ปีแล้ว (เริ่มเป็นครูสอนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2557) เปลี่ยนจากตั้งคำถาม สู่การออกไปหาคำตอบ […]

ครูผู้ออกแบบการเรียนรู้

“ครูกล้าสอน” ชุดการเรียนรู้ที่ 3 “ครูผู้ออกแบบการเรียนรู้”  โครงการครูกล้าสอน: การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง 11 – 14 ต.ค. 2562 ณ ครัวชมวาฬ จ. ประจวบคีรีขันธ์           ในชุดการเรียนรู้ที่ 3 “ครูผู้ออกแบบการเรียนรู้” เป็นชุดการเรียนรู้ที่ต่อจากชุดการเรียนรู้ที่ 2 “ครูผู้ตั้งคำถามทรงพลัง” ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ครูอาจารย์หลายท่านได้นำการเรียนรู้ที่ได้ไปออกแบบการเรียนรู้ในห้องเรียนตัวเอง มีการแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านกลุ่มสื่อสารออนไลน์อยู่เป็นระยะ ในครั้งนี้กิจกรรม “กล้าสอน Cafe” จึงเป็นวงสนทนาเพื่อให้ครูอาจารย์ได้บอกเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาการออกแบบกระบวนการเรียนรู้        จากนั้นได้แบ่งกลุ่มให้ครูอาจารย์ให้ช่วยกันออกแบบการเรียนรู้ ภายใต้หัวข้อที่กำหนดคือ “การกลั่นแกล้ง” (Bully) และ “เพศ” (Sex) ซึ่งเป็นหัวข้อที่ท้าทายให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่สนุก มีชีวิตชีวา ได้ใช้ประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้เรียนและผู้สอน หลังจากนั้นได้มีการสะท้อนการเรียนรู้ทั้งจากผู้จัดการเรียนรู้ และผู้เรียน เพื่อหาสิ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี   ในวันต่อมา ได้มีกิจกรรม “ตลาดวิชา” […]

สรุปอบรม”ครูผู้ตั้งคำถามทรงพลัง”

“ครูกล้าสอน” ชุดการเรียนรู้ที่ 2 “ครูผู้ตั้งคำถามทรงพลัง”  โครงการครูกล้าสอน:การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง  26– 30 ก.ค. 2562 ณ กนกรัตน์ รีสอร์ท อัมพวา จ. สมุทรสงคราม โครงการครูกล้าสอน : การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ได้จัดกิจกรรมอบรมชุดการเรียนรู้ที่ 2 “ครูผู้ตั้งคำถามทรงพลัง” ระหว่างวันที่ 26 – 30 ก.ค. 2562 ที่กนกรัตน์ รีสอร์ท อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้แก่อาจารย์ 30 คน จากสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ต่อเนื่องจากชุดการเรียนรู้ที่ 1 “ครูผู้ตื่นรู้ในตน”  ที่จัดไปเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ในชุดการเรียนรู้ที่ 2 นี้ เริ่มด้วยการสำรวจการเรียนรู้ที่ครูอาจารย์แต่ละคนได้นำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน หรือกระทั่งความตั้งใจในการพัฒนา “ความตระหนักรู้” ภายในตัวเอง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทำให้เกิดสุขภาวะในการดำเนินชีวิตมากขึ้น รวมทั้งเกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งต่อการเรียนรู้นี้ไปสู่นิสิตนักศึกษาในห้องเรียน เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง ครูอาจารย์ทุกคนจึงเปี่ยมพลังในการเรียนรู้  ในการอบรมครั้งนี้ได้เรียนรู้เนื้อหาเรื่อง การสื่อสารอย่างสันติ เพื่อความเข้าใจ […]

เพราะอับอาย ฉันจึงได้เป็นมนุษย์

“เพราะอับอาย ฉันจึงได้เป็นมนุษย์”   โดย นายหัวไข่ “ผมสอบตกเลยต้องมาเรียนแก้กับน้องๆ มีอยู่คาบนึงอาจารย์เอาทรานสคริปต์ผมขึ้นสไลด์โชว์ให้รุ่นน้องดู ผมนี่แทบมุดหน้าหนี… ผมโกรธที่อาจารย์ทำให้ผมรู้สึกเหมือนผมไร้ค่า ผมเป็นคนโง่”   —- นักศึกษาวิศวะปีที่ 8 คนหนึ่ง ในเวที “THE VOICE !!! เด็กมอ…ขอเล่า” บ่ายวันเสาร์ในห้องเก่าที่คุ้นเคย ห้องประชุมริมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับบรรยากาศที่ไม่คุ้นนัก เพราะโดยปกติวิทยากรของนิวสปิริทมักเป็น “ผู้ใหญ่” ที่คร่ำหวอดในแวดวงการเรียนรู้ บ้างก็เป็นกระบวนกรชั้นครู บ้างก็เป็นคนที่ถือว่า “ประสบความสำเร็จ” ในสาขาอาชีพเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง …. แต่รอบนี้วิทยากรมือวางของเรา “เป็นเด็ก” ที่ยังเรียนไม่จบนี่สิ ก่อนเวทีจะเริ่ม ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นกังวลว่าน้องๆ จะพูดแลกเปลี่ยนกันได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า เพราะแต่ละคน“ประสบการณ์ชีวิตยังไม่มากนัก”… ผมคงประเมินน้องๆ เหล่านี้ต่ำไป โดยเฉพาะนักศึกษา “ลูกศิษย์” ของบรรดาครูกล้าสอนที่ผ่านการทำงานภายในมาอย่างเข้มข้น… พอเข้าสู่ช่วงเสวนา ทันทีที่นักศึกษาคนแรกจับไมค์พูด ผมรู้ได้เดี๋ยวนั้นว่าเรื่องราวของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าอาวุโสหรืออ่อนวัย ล้วนมีพลังที่ชวนให้ภายในของเราสั่นไหวได้ทั้งนั้น ผมยอมรับอย่างไม่อายว่าตลอด 2 ชั่วโมงของการเสวนาแลกเปลี่ยน ตาผมรื้นด้วยน้ำตาของความเจ็บปวดและปีติปนกันไป บางจังหวะเรื่องราวของน้องๆ เรียกเสียงหัวเราะครืนทั่วห้องประชุม แต่กระนั้นผมก็ดูบ้ามากที่หัวเราะได้ทั้งน้ำตา ทุกเรื่องราวชวนให้ผมคิดถึงแต่ละบทของชีวิตตัวเอง กินใจมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ประสบการณ์ร่วมที่มีกับน้องเจ้าของเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งในเวทีครั้งนี้ที่โดนใจผมเป็นพิเศษคือ“ความอับอาย”  โอ….ผมเข้าใจดีเลยแหละ […]

1 2 3 5