fbpx

“ครูด้า” ครูผู้ใช้ “ใจ” บริหารคน

“ครูด้า” ครูผู้ใช้ “ใจ” บริหารคน

เราเคยลองตั้งคำถามกันเล่นๆ ไหมว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่ใช่ความใฝ่ฝันและความรักมาตั้งแต่ต้น เราจะทุ่มเทและทำสิ่งนั้นได้ดีจริงหรือไม่?

นี่คือคำถามหนึ่งที่เรามีต่อ “อาจารย์ด้า”  อ.วิชชุตา มาชู สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ  คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  อาจารย์ด้าไม่ได้มีความฝันในการเป็นครูและไม่ได้รู้สึกหลงใหลในอาชีพนี้ตั้งแต่แรก    ไม่เคยรู้จักบทบาทของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอสามารถทำหน้าที่นี้ได้ดีมาตลอด 15 ปี?

คำตอบที่ทำให้เราเข้าใจได้กระจ่างที่สุด มาจากข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดในจดหมายที่อาจารย์ด้าเขียนถึงตัวเองฉบับนี้

“การได้รับโอกาสเป็นผู้ช่วยสอน การได้เห็นว่าพื้นที่การเรียนรู้ในชั้นเรียนคือพื้นที่แห่งความสุข  การได้เริ่มเรียนรู้ว่า “ครู” มีผลต่อการเติบโตของคนคนหนึ่งมากมาย     การได้สัมผัสถึงคุณค่าของการให้  และการสร้างประโยชน์ให้สังคม นั่นคือ จุดเริ่มต้นและเข็มทิศนำทางในวิชาชีพครู”

อาจารย์ด้าเขียนจดหมายอย่างใคร่ครวญและย้อนนึกถึงวันดีๆ ที่ได้เห็นคุณค่าของการให้ และมุ่งมั่นสร้างประโยชน์เพื่อส่งต่อไปยังศิษย์ทุกคน  บนเส้นทางวิชาชีพครู  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมอาจารย์ด้า จึงดำรงอยู่บนวิถีนี้ได้ยาวนานถึง 15 ปี โดยไม่ย่อท้อ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน  

หน้าที่ การงาน และความคาดหวังกับพลังของครูกล้าสอน

เรานั่งย้อนรำลึกไปถึงวันวานที่ “อาจารย์ด้า” เรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนของมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ แน่นอนว่าหลังจากที่เรียนจบกลับมารับตำแหน่งอาจารย์ อาจารย์ด้า ยอมรับตามตรงกับเราว่า มหาวิทยาลัยคาดหวังในตัวอาจารย์มากทั้งด้านงานสอนและงานวิจัย  อีกทั้งบทบาทการบริหารหลักสูตร ในฐานะหัวหน้าสาขาวิชา ซึ่งต้องทำงานภายใต้นโยบายที่ไม่แน่นอน ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเพื่อรับมือกับการลดลงของนักศึกษาที่เข้าเรียนต่อในสถาบัน ประกอบกับรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กยุคนี้ที่เปลี่ยนไป บวกกับการเผชิญกับสถานการณ์ที่หลากหลาย จึงกลายเป็นที่มาของการเสาะแสวงหาอะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิตการเป็นครู  

ผลลัพธ์ของความเปลี่ยนแปลง ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ตามรอย

และ “ครูกล้าสอน” ก็คือสิ่งที่อาจารย์ด้าเลือก ถ้าถามว่ารู้จักครูกล้าสอนและมาร่วมโครงการนี้ได้อย่างไร อาจารย์ด้าเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่อาจารย์หญิง (อาจารย์ปทิดา โมราศิลป์ ครูกล้าสอนรุ่นที่ 2) มาขออนุมัติเพื่อร่วมคอร์สอบรมครูกล้าสอน ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา เซ็นอนุมัติให้อาจารย์หญิงเข้าร่วมกิจกรรม หลังจบ “ครูกล้าสอน” ปีที่แล้ว ก็สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวอาจารย์หญิง ที่เริ่มมีกิจกรรมให้นักศึกษา มีความสุขกับชั้นเรียน  อาจารย์หญิงมักจะมาแบ่งปัน เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่าไป “ครูกล้าสอน” แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง  นอกจากนี้ อาจารย์หญิงยังมักจะทิ้งท้ายเสมอว่า “ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง ถึงจะรู้ว่ามันดีอย่างไร?” อาจารย์ด้าอยากลองพิสูจน์คำบอกเล่าดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการเข้าร่วมกิจกรรมครูกล้าสอน ในปีนี้ และทำให้อาจารย์ด้าได้รับรู้ว่าการออกมาเจอโลกในแบบครูกล้าสอน ครูที่มีเป้าหมายเดียวกัน  ทำให้อุดมการณ์และจิตวิญญาณของการเป็นครูยังคงชัดเจนและไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป

“ครูกล้าสอน” คนใหม่ ผู้ใช้ใจบริหารคน

การสวมหลายบทบาท ทั้งในฐานะผู้สอน และผู้บริหาร ซึ่งต้องเจอกับคนหลากหลายรูปแบบ  อาจารย์ด้ายอมรับว่าตนเป็นคนตัดสินใจเร็ว ทำให้บางครั้งไม่ทันรับฟังความเห็นใคร หากรู้จักกันผิวเผินอาจจะมองว่าเป็นคนพูดจาโผงผาง และดูฉุนเฉียวในบางเวลา เพราะไม่เข้าใจลักษณะการทำงานของเพื่อนร่วมงาน ทำให้บรรยากาศในการทำงานบางครั้งไม่น่ารื่นรมย์ แต่เมื่อมาเข้าร่วมคอร์สครูกล้าสอน ก็ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างหลากหลายของคนมากขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมการตอบสนองที่อยู่ในที่ทำงาน และสิ่งที่อาจารย์ด้าได้นำไปใช้คือความเข้าใจเรื่อง “ผู้นำสี่ทิศ” ซึ่งแยกประเภทคนออกเป็น 4 แบบเพื่อทำความเข้าใจบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างง่ายๆ ในเวลาอันรวดเร็ว  กิจกรรมนี้ทำให้อาจารย์ด้าเข้าใจที่ไปที่มาของพฤติกรรมตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น  จึงนำไปสู่การปรับตัวเองโดยใช้ การสื่อสารอย่างสันติด้วยการถามไถ่และอธิบายตัวตนให้เพื่อนร่วมงานเข้าใจ ส่งผลให้การทำงานและสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงานในสาขาลื่นไหลมากกว่าที่เคย

“ครู” คนใหม่ในวันนี้ คือครูที่มีความเป็นมนุษย์

เมื่อก่อนอาจารย์ด้าเป็นคนหงุดหงิดง่ายกับนักศึกษาที่มักทำผิดเรื่องเดิมๆ ความหงุดหงิดมาพร้อมคำถามในใจว่าทำไมผู้เรียนถึงไม่ยอมเข้าใจทั้งที่อธิบายไปหลายต่อหลายครั้ง   แต่คอร์สครูกล้าสอน   ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การที่ตนไม่พยายามทำความเข้าใจผู้เรียนต่างหากคือจุดที่ต้องแก้ไขและพัฒนา อาจารย์ด้าจึงตั้งความปรารถนาที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนตัวตนให้เป็นคนสุขุมขึ้น ซึ่งจากการลองนำกระบวนการเข้าใจตนเองและผู้อื่นไปใช้ในชีวิตจริงพบว่าสามารถพัฒนาตัวเองได้ เห็นผลชัดเจน   รู้สึกปล่อยวางกับการอยากโต้เถียง การเอาชนะ อาจารย์ด้ายอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจยังไม่สมบูรณ์ เพราะบุคลิกและนิสัยที่เป็นมาค่อนชีวิตต้องใช้เวลาค่อยๆ ปรับเปลี่ยน แต่สิ่งสำคัญคือการเปิดใจกับนักศึกษาเพื่อให้พวกเขาช่วยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ก่อนและหลังมาร่วมคอร์สครูกล้าสอน พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาสะท้อนความคิดและมุมมองที่มีต่อผู้สอนในช่วงปลายเทอม

สอนนักศึกษาให้เป็นมนุษย์ รักงานบริการ เข้าใจความต่างของคน

ในสาขาวิชาที่สอนแน่นอนว่า นักศึกษาต้องไปอยู่ในวิชาชีพที่ต้องใช้หัวใจของการบริการ ฉะนั้นการเข้าใจความแตกต่างหลากหลายของมนุษย์ การเรียนรู้ที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาจารย์ด้า ได้หยิบจับการเรียนรู้ที่ได้จากครูกล้าสอนไปใช้กับห้องเรียนของตนเอง โดยเฉพาะกับวิชาจิตวิทยาบริการ  เครื่องมือต่างๆ ของครูกล้าสอน มีส่วนช่วยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้นักศึกษาได้เข้าใจบุคลิกและความรู้สึกภายในของตัวเองและผู้อื่น  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาในสาขาวิชาชีพที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากมายในวันข้างหน้า

 ครูกล้าสอนกับการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ

เมื่อถามถึงนิยามของครูกล้าสอนในมุมมองของอาจารย์ด้า อาจารย์ที่ยังเดินในเส้นทางวิชาชีพนี้อย่างกล้าหาญต่อไปสู่ปีที่ 16 17 18 เราก็ได้รับคำตอบว่า “ครูกล้าสอน คือ ครูที่กล้ายอมรับตัวตนทั้งด้านดีและด้านที่บกพร่องของตัวเองเพื่อเรียนรู้ว่าสิ่งใดต้องพัฒนาให้ดีขึ้น  ครูกล้าสอน คือครูที่กล้าเผชิญความเปลี่ยนแปลง  ถ้ามองความเปลี่ยนแปลงให้เป็นความท้าทาย ก็จะสนุกกับการใช้ชีวิต   แต่สิ่งที่เป็นหัวใจหลักคือ นักศึกษา เพราะพวกเขาคือแรงบันดาลใจ ให้เรากล้าที่จะยืนอยู่จุดนี้ต่อไป แม้ว่าจะเป็นโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ยากจะคาดเดาก็ตาม  ก็ยังอยากเดินหน้าในฐานะครู เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีให้กับนักศึกษา ยังอยากเห็นห้องเรียนที่มีแต่ความสุข นักศึกษาสนุกสนานกับวิชาที่เราสอน เราอยากเห็นความคิดของพวกเขาค่อยๆ แข็งแรงขึ้น  เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของการทำสิ่งเล็กๆ ให้สังคมด้วยความรัก ด้วยการสร้างคนไว้ให้โลกใบนี้”