fbpx

ณัฐฬส วังวิญญู: สิ่งสำคัญสำหรับครูคือเข้าใจความคิดของนักเรียน

ณัฐฬส วังวิญญู: สิ่งสำคัญสำหรับครูคือเข้าใจความคิดของนักเรียน

การอบรมหลักสูตร ครูกล้าสอนในโมดูลแรก ระยะเวลา 5 วัน (26 ก.พ. – 2 มี.ค. 2561) ได้จบลงอย่างงดงามที่ชมวาฬรีสอร์ท บ่อนอก ประจวบคีรีขันธ์

คุณครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวน 15 คน ได้ฟื้นฟูพลังของร่างกายและจิตใจ ได้ทำงานภายในกับตัวเองในการคลี่คลายปมในใจไม่มากก็น้อยในฐานะที่เป็นคนธรรมดาสามัญที่ต้องการพื้นที่ทบทวนใคร่ครวญเรื่องราวของชีวิตตัวเองที่อิสระไปจากปัญหาหน้าที่การงาน ทำให้เกิดพลังในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมั่นคงและรู้เท่าทันตัวเองมากขึ้น

นอกจากนี้พวกเขายังเรียนรู้วิธีการใหม่ ๆ ที่จะนำไปใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียน บนพื้นฐานของความปลอดภัย ความเคารพและกระบวนการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดห้องเรียนที่มีมิติของมิตรภาพระหว่างครูศิษย์และความเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ถือเอาฉันทะ แรงบันดาลใจ และทางเลือกในการเรียนรู้เป็นหลักมากไปกว่าการเรียนแบบท่องจำ จำใจเรียนตามระบบอุตสาหกรรมความรู้ที่จำกัดศักยภาพความอยากรู้และการเรียนรู้ที่แท้จริงของมนุษย์ โดยอาจารย์สามารถนำกิจกรรมสันทนาการที่มีความหมายในการสร้างบรรยากาศของความสนุกสนาน เป็นกันเอง เข้าถึงกันและกันได้ สร้างความวางใจและมิตรไมตรีให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนของตัวเอง

ในฐานะที่เป็นครูอาจารย์ สิ่งที่สำคัญอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ครูพูดหรือบรรยายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสิ่งที่นักเรียนคิดและพูดออกมาทั้งในคำพูดและท่าทางที่แสดงออกด้วย เราไม่เพียงสนใจในสิ่งที่เขา “รู้” และเรายังปรารถนาที่จะเข้าใจสิ่งที่นักเรียน “คิด” ที่อิสระจากความคิดผิดถูกและความกลัวการลงโทษด้วย

พวกเขาได้เรียนรู้จักวิธีการรับฟังอย่างลึกซึ้งที่ไปพ้นการตัดสินตีความแบบเดิม ๆ เพื่อเข้าถึงหัวใจของมนุษย์ที่มีความรู้สึกและความต้องการเบื้องลึก รวมถึงระบบคุณค่าภายในที่ถูกหล่อหลอมมาในชีวิต และเห็นความสำคัญของการใส่ใจความหมายที่อยู่ภายใต้คำพูด โทนเสียง ท่าทางอาการทางกายของผู้คน การได้รับฟังใครสักคนคือการใส่ใจชีวิตที่อยู่ภายในคนและปรารถนาการมองเห็นและเข้าใจ ช่วยทำให้ผู้ได้รับการรับฟังได้รับคุณค่าความเป็นมนุษย์ด้วยความที่ว่าเมื่อเราเห็นกันและกันในระดับที่ลึกลงไปแล้วเราก็จะค้นพบมนุษยชาติร่วมกัน

ในฐานะที่เป็นครูอาจารย์ สิ่งที่สำคัญอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ครูพูดหรือบรรยายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสิ่งที่นักเรียนคิดและพูดออกมาทั้งในคำพูดและท่าทางที่แสดงออกด้วย เราไม่เพียงสนใจในสิ่งที่เขา “รู้” และเรายังปรารถนาที่จะเข้าใจสิ่งที่นักเรียน “คิด” ที่อิสระจากความคิดผิดถูกและความกลัวการลงโทษด้วย

เครื่องมืออีกชิ้นที่จะสามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการค้นหาและการคิดคือกระบวนการตั้งคำถาม คำถามที่จริงใจและสนใจใคร่รู้ที่ถามในบริบทที่เหมาะสมจะสร้างให้เกิดการสืบค้นลงลึกไปถึงความเชื่อ คุณค่า สมมติฐานต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการศึกษาในการให้คุณค่ากับ “ความสนใจใคร่รู้” ไม่น้อยไปกว่า “ความรู้” ที่เป็นผลจากการเรียนรู้ในการตอบคำถามและ “ความสงสัย” ที่เป็นพื้นฐานธรรมชาติของชีวิตที่มีความ “อยากรู้” เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ค้นหาและค้นพบสิ่งต่างในโลก น่าเสียดายที่การศึกษาที่เป็นอยู่ทั่วไปให้ความสำคัญกับ “ความอยากรู้” น้อยกว่า “ความรู้” มาก การเรียนจึงเป็นไปเพื่อตอบคำถามให้ถูกต้องมากกว่าจะเรียนเพื่อตอบสนองความกระหายใคร่รู้ที่แท้จริงของผู้เรียนเอง

การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมนิสัย 4 แบบทำให้เขายอมรับและชื่นชมความแตกต่าง ยอมรับตัวเองตามที่เป็นและเห็นแนวทางการพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ลดอคติที่มีต่อผู้อื่นหรือความคาดหวังที่อยากให้ผู้อื่นเป็นไปตามสิ่งทีตัวเองต้องการอย่างไม่รู้ตัว

กิจกรรมการเดินข้ามเส้นแห่งความแตกต่างหลากหลายก็น่าจะทำให้เราต่างชื่นชมในความเข้มแข็งของกันและกันที่สามารถฝ่าฟันภาวะอุปสรรคในช่วงต่างๆของชีวิตได้อย่างเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้น หากเราสามารถยอมรับและเคารพพื้นฐานและที่ไปที่มาของแต่ละคนมีทั้งเหมือนกันและแตกต่างกันได้ การอยู่ร่วมกันในชุมชนแห่งการเรียนรู้เช่นนี้ก็จะยืนอยู่บนความเห็นอกเห็นและความชื่นชมในความแตกต่างหลากหลายของประสบการณ์ชีวิตที่เป็นที่มาของบุคลิกภาพ ความเชื่อและพฤติกรรมต่างๆของกันและกัน

คำถามที่จริงใจและสนใจใคร่รู้ที่ถามในบริบทที่เหมาะสมจะสร้างให้เกิดการสืบค้นลงลึกไปถึงความเชื่อ คุณค่า สมมติฐานต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการศึกษาในการให้คุณค่ากับ “ความสนใจใคร่รู้” ไม่น้อยไปกว่า “ความรู้”

การได้เห็นนิสัยการไม่รับฟังทั้ง 8 แบบทำให้เห็นแบบแผนพฤติกรรมของการรับฟังที่กีดขวางความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกัน โดยเฉพาะการรับฟังแบบมุ่งเน้นที่การให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและการสั่งสอนที่อาจจะทำให้เกิดการแบ่งแยก ความหวาดระแวงและการกดทับในความสัมพันธ์ การได้เล่นไพ่ความเข้าก็ช่วยให้หลาย ๆ คนเห็นความตัองการอันแท้จริงในใจ ได้ระบายและสร้างพลังให้กับตัวเอง

นอกจากนั้นก็ยังได้ฝึกการเชื่อมโยงกับความต้องการของคนอื่น การเผชิญหน้าและยอมรับความต้องการอันลึกซึ้งของตัวเองที่บ่อยครั้งมักไปสับสนกับวิธีการหรือความคาดหวัง นับเป็นความกล้าหาญในการประสบภาวะเปราะบางที่เรามักหลีกเลี่ยงในตัวเราเอง และเมื่อเข้าถึงก็จะเกิดความโล่ง อิสรภาพ เป็นภาวะที่หลายคนอธิบายเหมือนกับการกลับบ้าน ผ่อนคลายและตระหนักรู้กับความเป็นเช่นนั้นเอง ในสามารถนำไปสู่การค้นพบทางออกที่สร้างสรรค์มากกว่าที่ทำ ๆ มาด้วย

การได้ร่วมกันทำงานเป็นกลุ่มในการออกแบบและนำพากระบวนการเรียนรู้ทำให้เห็นศักยภาพในการสร้างสรรค์กิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วม ความตื่นตัว ความสนุกสนาน ความละเอียดลึกซึ้งของกระบวนการเรียนรู้ที่ครูแต่ละคนสามารถนำไปใช้ออกแบบกิจกรรมในชั้นเรียนของตัวเอง ที่อาจเริ่มจากประสบการณ์ตรง การลงมือกระทำ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ แล้วนำไปสู่การทบทวน สะท้อนคิด กระบวนการตั้งคำถาม (การออกแบบลำดับของคำถาม) ที่จะทำให้รูปธรรมพัฒนาไปสู่นามธรรม หรือจากกิจกรรมและประสบการณ์ตรงไปสู่ความเข้าใจทีลึกซึ้งที่กลายเป็นความรู้ที่สร้างประกอบขึ้นมาด้วยผู้เรียนเอง (Knowledge construction)

กิจกรรมสุดท้ายที่เป็นการเขียนและแบ่งปันจดหมายรักถึงตัวเองก็ทำให้เห็นความจริงใจในการจัดการชีวิตและความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุข มีพลังและสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

กลุ่มนี้มีประสบการณ์การทำงานด้านในในรูปแบบของกิจกรรมที่จัดนี้ไม่มากนัก จึงนับว่าได้เจอกับประสบการณ์ที่สดใหม่ ทำให้การเรียนรู้สดใหม่ด้วย

ด้วยความที่มีระดับอายุและประสบการณ์ต่างกัน ทำให้ช่วงแรกยังมีช่องว่างในการพูดคุย แต่เมื่อได้ร่วมกิจกรรมและรู้จักกันมากขึ้น กลุ่มมีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น

อย่างก็ได้ตาม ครั้งต่อไปจะต้องสร้างความตระหนักรู้ในบทบาทของอำนาจ ความได้เปรียบ ความเหนือกว่าและการมีส่วนร่วมในกลุ่ม (Rank and Privilege) ในกลุ่มมากขึ้น ในแง่ของการทำงานเป็นทีมระหว่างทีมจิตวิญญาณใหม่และขวัญแผ่นดิน ราบรื่นและช่วยเหลือ หารือกันสม่ำเสมอดี

แนวทางสำหรับการเรียนรู้ฝึกฝน สำหรับ โมดุล 2 ระยะเวลา 4 วัน (19-22 เม.ย. 2561) ฝึกให้ความเข้าใจอีกฝ่าย การจัดการแรงต้าน เปลี่ยนปฎิปักษ์เป็นเพื่อน role switching หมาป่ายีราฟ การร้องขอ พลังแห่งการให้และการมีทางเลือก การสื่อสารสานสัมพันธ์สองทาง (ต้นไม้แห่งชีวิต)ทักษะ การโค้ชเพื่อปลุกพลังชีวิตและปัญญา (U Coach Model) สภาปัญญาจากภายใน (Clearness Committee) สอนด้วยการถาม (Teaching by asking questions)

การออกแบบชุดคำถามเพื่อการเรียนรู้ การออกแบบกระบวนการสอนและการสอน สมดุลปัญญาสามฐาน (head heart hands) อำนาจ ความได้เปรียบ การดูแลเสียงข้างน้อยและการสร้างการมีส่วนร่วม

Book club อ่านแบ่งปันเร้าปัญญา

เราจะเดินไปพร้อมกัน

แล้วพบกันครับ